Docchula Community

ถ้าไม่ชอบหมอ จะเรียนได้มั๊ย

แบงค์

พี่ ๆ คับ

ถ้าผมไม่ชอบเป็นหมอ  แต่เรียนเพราะเป็นอาชีพที่มั่นคง  และเพื่อน ๆ ในห้องที่จะเรียนวิศวะ จุฬา  พอผลประกาศสอบติดหมอทั้งจุฬา ศิริราช  รามา  ก็เปลี่ยนใจมาเรียนหมอ  อยากถามพวกพี่ ๆ ทั้งที่กำลังเรียน  และจบทำงานเป็นหมอแล้ว

1. การที่ไม่ชอบ  จะเรียนได้มั๊ยคับ  จะเรียนไปด้วยความยากลำบาก แบบถึงขนาดต้องทรมานมั๊ย
2. การไม่ชอบ  มีผลกับการจะเรียนจบมั๊ย  ผมไม่ขอบชีววิทยา  ชอบฟิสิกส์  ผมจะเรียนได้มั๊ย   หรือควรจะไปเรียนวิศวะ
3. ไม่ชอบ แค่ก็อยากเรียน อยากเป็นหมอเหมือนกัน  แบบว่าตามเพื่อน ตามกะแส  แล้วเพื่อนก็มีอัธยาศัยที่ดี  วิศวะก็ไม่ถึงกับชอบแต่เรียนฟิสิกส์ได้ดี  เห็นว่าวิศวะตกงานอะคับ
4. การมีทัศนคติที่ไม่ดีกับอาชีพหมอ แบบลบ  มันต้องเปลี่ยนทัศนคติใช่มั๊ยคับ  เพราะเราจะต้องอยู่กับมัน  ผมจะมีทางเปลี่ยนทัศนคติที่ดีกับอาชีพหมอได้มั๊ยคับ  แบบว่าเพราะเราผูกพันกับเพื่อน ๆ  กับ ร.พ. คนไข้  อาจารย์ใหญ่  หรือรักษาคนไข้หายแล้วคนไข้ก็มาขอบคุณเรา  ทำให้เรามีกำลังใจ เห็นคนเองมีคุณค่า  อยากเป็นหมอที่ดี  และในที่สุดก็อาจจะรักอาชีพนี้  หรือไม่ถึงกับรักแต่ก็ไม่คิดจะเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น ๆ แบบที่ทีแรกคิดไว้ตอนอยู่ปี 1
5. ทราบว่ามีรุ่นพี่ต้องเรียกสอบสัมภาษณ์ครั้งที่ 2  อาจารย์ไม่แนใจ  สรุปว่าสุขภาพจิตไม่มีผลกับการเรียนให้จบ  สามารถวัดได้ขนาดนั้นเลยหรือคับ  และหากเป็นผม  ผมควรจะเรียนมั๊ย  หรือสละสิทธิ์ไปเลยดีก่า

ทีผมาเล่ามานี้ และถามพี่ ๆ หมอ  ขอคำแนะนำด้วยอะคับ  จะเรียนอะไรดีคับ หมอก็ไม่ชอบ วิศวะก็ไม่ถึงกับชอบ  แต่ทัศนคติก็ไม่มองในแง่ลบ  เพียงแค่ไม่มั่นคงมีสิทธิ์ตกงาน  พอดีคุณพ่อผมวิดวะ จุฬาคับ  อาจทำให้ผมมีทัศนคติไม่ค่อยดีกับหมอ (ถ้าทำงานเอกชนช่วงแรก ๆ ดี  แต่บั้นปลายชีวิตไม่ค่อยดีคับ)  แต่คุณพ่อบอก  ถ้าจะเรียนวิศวะจบแล้วก็ไปต่อโททางด้านที่เราชอบได้ เช่น พวกการเงิน

ตอนนี้ผมรู้สึกว่าวุ้นใจกับ ไม่รู้ตัวตนของตัวเอง  ขอบคุณพี่ ๆ หมอคับ




  • คนตัดขนแกะ
  • 56
พี่คิดคงต้องอยู่ที่ตัวน้องเองครับ ว่า"ทัศนคติในแง่ลบ" ของน้องนั้นน้องใส่ใจกับมันแค่ไหน ถ้าน้องไม่มีทัศนคตินี้น้องจะอยากเป็นหมอมั้ย ?
ทัศนคติมันเปลี่ยนกันได้ครับ น้องใช้เวลามองสิ่งต่างๆมาไม่ยังถึง 20 ปีเลย บางทีน้องอาจจะยังไม่เคยสำผัสความเป็นหมอในอีกมุมมองนึงก็ได้นะ

เพื่อนๆพี่ที่มาเรียนหมอแต่ละคนก็มีเหตุผลของตัวเองนะ ว่าเข้ามาเรียนเพราะอะไร ก็มีเหมือนกัน คนที่ไม่ชอบแต่ก็มาเรียน
ถ้าถามว่าเรียนได้มั้ย พี่เชื่อว่าถ้าน้องสามารถสอบเข้ามาที่นี่ได้ และไม่ขี้เกียจจนเกินไปน้องสามารถเรียนได้สบายมากครับ
แต่น้องจะมีความสุขในการเรียนมั้ยล่ะ ? น้องก็ต้องตอบเองความสุขในการเรียนของน้องขึ้นอยู่กับอะไร
เพื่อนพี่บางคนถึงเรียนได้ไม่ดีก็มีความสุขได้ ในขณะที่อีกหลายคนเรียนดีก็อาจจะไม่มีความสุข

แต่ส่วนตัวพี่นะ พี่พยามไม่มองอะไรในแง่ลบไว้ก่อนที่เราจะได้สำผัสมันจริงๆ หรือมีอะไรที่ยืนยันได้ว่ามันไม่ดี
ถ้าเรามองมันในแง่ลบไว้ก่อน เราจะไม่มีทางมองมันดีได้หรอกนะ

ขอแค่นี้ละกัน ง่วงละ  ;D

  • ยามเฝ้าฟาร์มแกะ
  • 293
   สำหรับตัวพี่ที่ตอนนี้กำลังขึ้นชั้นปี 2 ก็พูดจากใจจริงว่า หลังจากที่ได้เรียนในคณะที่ได้ชื่อว่า มีการสอบแข่งขันสูงที่สุดในประเทศ ก็พบว่า การเรียนหมอนั่น (หรือไม่จำเป็นหรอกครับ อาชีพไหนๆ ก็ได้) มันก็มีความยากอยู่ในตัวแตกต่างกันไป พี่จึงอยากบอกน้อง ม. ปลาย ไม่เฉพาะน้องแต่เป็นทุกคนว่า คนเราต้องเลือกเดินในสิ่งที่ตนรัก ไม่ใช่ตามกระแส อย่างที่น้องบอกว่ากลัวตกงานถ้าเป็นวิศวกร พี่ว่าถ้าน้องมีอะไรเจ๋งๆ และไอเดียที่ไม่เหมือนใคร และที่สำคัญน้องรักที่จะเป็นผู้สร้าง และประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่  พี่ว่าน้องเป็นวิศวกรเถอะ
   ทุกคนมีเป้าหมายเป็นของชีวิตตนเองทั้งนั่น ไม่มีใครจะมาตัดสินอนาคตตัวเราได้นอกจากตัวเราเอง อย่างพี่เองที่เลือกเรียนหมอก็เพราะพี่อยากกลับไปทำงานในพื้นที่ชนบทบ้านเกิดของพี่เอง ไปใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ไม่รวยและไม่จน เพราะหมอเป็นอาชีพพอเพียง แต่มีการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ตลอดชีพ เพราะวิทยาการทางการแพทย์มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาอยู่ทุกชั่วโมง ทุกนาที และทุกวินาที จึงเป็นการเหมาะสำหรับคนที่ชอบไขว่ขว้าหาความรู้ตลอดเวลา
    และที่สำคัญคือ ความเสียสละ เพราะเมื่อน้องมาเรียนน้องจะพบว่า ปีที่น้องสบายที่สุดคือ ปี 1 เท่านั้น หลังจากนั้นน้องก็จะต้องหมกมุ่นอยู่กับห้อง Lecture, ห้องปฏิบัติการ, วอร์ดคนไข้ เป็นต้น ยิ่งชั้นปีสูงๆ จะยิ่งมีเวลาว่างเป็นของตนเองลดลงเรื่อยๆ แค่เวลานอนของน้องเมื่อมาเป็นหมอมันแทบจะไม่มีเลย เมื่อน้องจบออกไปเป็นหมอใช้ทุน 3 ปี น้องจะยิ่งต้องมีความรับผิดชอบต่อชีวิตของคนไข้มากยิ่งขึ้นหลายเท่าตัว พี่เคยฟังประสบการณ์ของรุ่นพี่ที่จบไปแล้วเขาก็บอกกันเป็นเสียงเดียวว่า ถ้าใครคิดว่า เรียนหมอเพราะเก่งและมีคนเรียนมากที่สุด ถือได้ว่าคิดผิดอย่างมหันต์ เพราะอาชีพนี้ใช้ความเสียสละทั้งกาย ใจ สังคม และวิญญาณเป็นหลัก ส่วนเรื่องสติปัญญาในการเรียนก็อย่างที่พี่ปี 3 บอกแล้วว่า ถ้าน้องสอบเข้ามาเรียนได้ และไม่ประมาท น้องเรียนผ่านได้สบายอยู่แล้ว ส่วนเรื่องเกรดก็เป็นอีกเรื่องนึง
    จากทีพี่ได้กล่าวมานี้ ก็เพื่อให้น้องได้ตัดสินใจได้และเลือกเดินในสายอาชีพที่ถูกต้อง (ประมาณใช้เลย ถูกตรงสเป็กตามใจน้องเลย) ถ้าน้องคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วพบว่า อาชีพแพทย์คือ ชีวิตน้อง (พี่ต้องใช้คำว่า ชีวิต เพราะน้องต้องอยู่กับมันไปทั้งชีวิตเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของน้องที่แยกไม่ขาด) และใช่เลย พี่ MDCU65 รุ่นพี่ชั้นปีอื่นๆ ตลอดจนคณาจารย์ก็ยินดีต้อนรับน้องเข้าสู่วงการนะครับ แต่ถ้าน้องพบว่า มันไม่ใช่ครับ/ค่ะ มันไม่ใช่ตัวผม/หนู มันหนักเกินไป ถ้าทำไปแล้ว จะทำให้ไม่มีความสุขไปทั้งชีวิต (แม้ตัวจะประสบความสำเร็จก็ตาม) ก็ไม่เป็นไรครับ ขอให้เลือกอาชีพอื่นๆ ไป  
    อย่างในคณะพี่ก็มีหลายคนดำเนินชีวิตไปในทางที่ต่างกัน ส่วน MDCU65 ก็มีวิศวกรคนหนึ่งจบดอกเตอร์ทาง Electrical Engineering จากประเทศญี่ปุ่นมา แล้วสอบเรียนต่อที่คณะแพทยศาสตร์ เพราะทำงานวิจัยทางด้าน Stem Cell และต้องการสร้างเครื่องมือทางการแพทย์ (ปัจจุบันเขาอายุ 31 ปี) พี่เลยอยากบอกน้องว่า การที่น้องบอกว่า หมอเองน้องก็ไม่ชอบ วิศวกรก็ยังไม่แน่ แล้วน้องชอบเรียนฟิสิกส์พี่แนะนำว่า น้องอาจเลือสายอาชีพวิศวกร หรือวิทยาศาสตร์ก่อนก็ได้ เพราะอาชีพแพทย์ ใช้วิชาชีววิทยา และ เคมีอย่างมหาศาล และเมื่อน้องออกไปทำงานแล้ววันหนึ่งก็นึกสนุกอยากกลับมาศึกษาต่อการแพทย์ น้องอาจจะกลับมาสอบอีกก็ได้เหมือนเพื่อนของพี่คนนี้ (ความจริงต้องเรียกเขาว่าพี่ เพราะเขาอายุต่างจากพี่ 11 ปี) พี่จึงขอให้น้องคิดไตร่ตรองให้ดี เพราะน้องต้องไม่ลืมว่า คนเราไม่มีใครแก่เกินเรียน สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต โดยไม่ต้องสนใจว่าอายุเท่าไร และพี่บอกได้เลยว่า พี่เองก็ไม่เลือกคบคน เขาจะมีอายุมากหรือน้อยกว่าพี่ เขาก็คือ เพื่อนของพี่

    สุดท้ายนี้พี่ก็อยากฝากให้น้องจงใช้เวลาที่เหลือใน ม.ปลาย ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เตรียมหาประสบการณ์ตั้งแต่เนิ่นๆ ตั้งใจเรียนให้เต็มที่ อ่านหนังสือให้เต็มที่ ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ให้สนุกสนานอย่างเมามัน เที่ยวกับเพื่อนก็จงทำอย่างเต็มที่ เพราะเมื่อน้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ มันจะเป็นก้าวสุดท้ายของการเป็นนักเรียน ก่อนจะเป็นนิสิตนักศึกษา แล้วกลายเป็นคนทำงานอย่างแท้จริง (ซึ่งเมื่อถึงตอนนั่นน้องจะร้องเรียกหาวันเวลาแห่งความสุข กลับคืนมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว)
« Last Edit: May 22, 2010, 09:35:52 am by pholpipat »

  • คนเชือดแกะ
  • 10
  • One who lives in imaginary world.
ไม่อยากเรียนแต่เรียนเก่ง พี่ว่ายังไงมันก็คงถูๆ ไถๆ ให้ไปรอดได้อะน้อง -*-
มันอยู่ที่ว่าน้องมีแรงบันดาลใจจะไปต่อมั้ย น้องจะเรียนได้อย่างมีความสุขแค่ไหน หรือต้องถูสีข้างไปตลอดการเรียน

พี่ว่านะ
เรียนได้หรือไม่ได้ มันไม่ใช่เครื่องวัดความประสบความสำเร็จ
ถ้าไม่ชอบ เรียนอะไรมันก็ไม่รุ่งอะน้อง น้องอาจจะจบมาได้ แต่เพื่อนๆ น้องอีกมากมายก็จบมาพร้อมกับน้อง และส่วนใหญ่เค้าก็คงชอบ?
มีอะไรมาประกันว่าน้องจบมาเป็นหมอแล้วน้องจะได้เงินเดือนดี ไม่ตกงาน น้องจะเต็มใจรักษาคนไข้รึเปล่า

ไปเรียนอันที่ชอบเหอะ
หกปีกับชีววิทยา ชอบฟิสิกส์ไม่ใช่เหรอ  :P


ปล. พี่ก็ยอมรับเหอะว่าพี่มาเรียนเพราะ พ่อแม่+ไม่ตกงาน+ไม่ต้องคิดเวลาสมัครงาน+ไม่รู้จะเรียนอะไร ฯลฯ โดยมีความชอบเป็นส่วนน้อยทีเดียวเมื่อเทียบกับเหตุผลอื่น พอดีว่าไม่เก่งด้วย กำลังสงสัยอยู่เลยว่าอนาคตชั้นจะเป็นยังไงบ้าง ;D
« Last Edit: May 22, 2010, 11:10:32 am by Alistair* »



ความฝัน มันพิเศษตรงที่ว่ามีเราเท่านั้นที่รู้

  • เด็กเลี้ยงแกะ
  • 15
ถามตัวเอง
ว่าจบมาแล้ว อยากทำอาชีพอะไร??
หลับตา... นึกภาพตัวเองเป็นวิศวกรนะ 
แล้วก็ลองนึกภาพตัวเองเป็นหมอดูนะ
ลองจินตนาการว่าตอนนั้นตัวเองทำอะไรอยู่
และตัวเองมีความสุขไหม?

พี่ว่า ชอบชีวะ หรือ ชอบฟิสิกส์ มันไม่ใช่ประเด็น
เพราะทุกวิชามันไม่ได้แยกออกจากกันนะ
บางส่วนของฟิสิกส์ก็เกี่ยวกับชีวะ
บางส่วนของชีวะก็เอาฟิสิกส์มาใช้
ไม่ใช่ว่า ชีวะ=หมอ ฟิสิกส์=วิศวะ สักหน่อย
อาชีพมันมากกว่าวิชาเรียนในห้องเยอะน่ะ
มองแต่ละอาชีพให้ลึกๆ
มองตัวเองให้ลึกๆ
แล้วค่อยตัดสินใจ

ถ้าชอบจริง ขยันตั้งใจ
ไม่มีใครตกงานหรอก ไม่ว่าอาชีพไหนๆ
ものねれ*ブラウニース

  • ยามเฝ้าฟาร์มแกะ
  • 95
ขึ้นกับว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรน่ะครับ
จะมีชีวิตอยู่แค่เพื่อ "ความมั่นคง" เหรอครับ
อะไรมั่นคงก็เอางั้น  ความสุขที่ได้เป็นตัวของตัวเองจะมีไหม
ระหว่างหกปีที่เรียนหมอจะทนเรียน(โดยไม่ต้องมาขอพบอ.จิตเวช..ซึ่งมีไม่น้อยทุกปี)ได้ไหม
จบออกไปจะทำอะไร
หรือเผื่อจะเปลี่ยนใจได้ หันมาชอบ ผมคิดว่าไม่ค่อยนะครับ
ขนาดพวกที่ชอบๆ เข้ามาเรียนยังมีเปลี่ยนใจไปเยอะ

 ;D

ผมก็ไม่รู้ว่าอาชีพแพทย์ที่ทำอยู่นี่มันมั่นคงมากกว่าอาชีพอื่นๆอย่างไร
เพื่อนๆผมที่เรียนอย่างอื่นมา ก็มีงานมีการทำปกติสุขดี
คนที่ยังไม่โอเคกับงานก้มีบ้าง แต่ก็ขึ้นกับการเลือกงาน เอาให้ถูกใจ พอใจ


คิดดีๆครับ คิดดีๆ  ชีวิตมันสั้น อย่าใช้ไปกับเรื่องไม่มีความสุข
เกิดมาชาติหน้าก็ไม่รู้จะมาถึงจุดนี้ได้ไหม 
จะได้เป็นคนไหม หรือไปเกิดเป็นวัวมัตสึตากะหรือหมูคุโรบุตะก็ไม่รู้
:)


  • แกะเต็มขั้น
  • 1
พี่ว่านะ ถามตัวเองว่าอยากเป็นอะไร ชีวิตนี้น้องประสบความสำเร็จได้ถ้าน้องตั้งใจทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายจริงจัง
พี่เป็นคนนึงที่มาเรียนหมอเพราะว่าอยากเป็น แต่ขนาดว่าอยากพอมาเจอสภาพการเรียนการทำงานยังมีเขว่บ้างอะไรบ้าง :( :'( (พี่ขอบอกว่าทำงานเนี่ย กดดันและถูกคาดหวังสูงมาก ๆ)
แล้วน้องที่ยังไม่รู้ตัวเองจะเป็นยังไง มีอคิตกับหมอ(พี่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเกลียดหมอ ก็ไม่ยากมากที่จะเปลี่ยน) พี่ว่าน้องมีคำตอบที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว เพียงแต่ไม่กล้าขัดความคิดที่บ้านและก็กลัวว่าตัวเองจะเลือกผิด แต่พี่ขอบอกอะว่าเสียงในใจน้องสำคัญสุด กว่าเสียงคนอื่น ๆ ทั้งพ่อแม่เพื่อน ๆ เพราะคนที่จะอยู่กับมันไปต่อจากนี้คือน้องเองอ่ะ
พี่ก็ขออวยพรให้น้องตัดสินใจได้ในทางที่ตัวเองพอใจและสุขใจนะ  ::)


ปล.ข้อความอาจารย์ฟังแล้วหิวเลย สงสัยว่าจะกินอาหารญี่ปุ่นอยู่ :)

  • เด็กเลี้ยงแกะ
  • 6
เรียนในสิ่งที่เราชอบดีกว่านะ  เพราะเมื่อเราเลือกเรียนในสิ่งไหน ส่วนใหญ่เราก็ต้องอยู่กับสิ่งนั้นไปทั้งชีวิต
อาชีพแพทย์ไม่ได้เรียนจบได้ภายใน 6 ปี  เรายังต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากการรักษาคนไข้อีกมาก  ต้องอ่านศึกษาความรู้ทางการแพทย์ที่มีการ update อยุ่บ่อย ๆ ตัวยาใหม่ ๆ

รวมไปถึงต้องเสียสละและทำอย่างจริงใจ
ประมาณนี้ละกัน.....  :P

  • Baros™
  • เทพแห่งแกะทั้งมวล
  • 122
  • Baros™
เรียนหมอเพราะอยากมีงานทำ ?
A book, tightly shut, is but a block of paper.

  • เทพเลี้ยงแกะ
  • 604
1. การที่ไม่ชอบ  จะเรียนได้มั๊ยคับ  จะเรียนไปด้วยความยากลำบาก แบบถึงขนาดต้องทรมานมั๊ย
ไม่ชอบก็เรียนได้นะ แต่ความสุขในการเรียนคงไม่เท่าคนที่เรียนเพราะชอบ เหมือนอย่างตอน ม.ปลาย น้องก็คงมีวิชาที่ชอบ และไม่ชอบป่ะ วิชาไหนที่เราชอบ เราก็ใจจดใจจ่ออยากเรียนอะไรงี้ วิชาไหนไม่ชอบก็ใจจดใจจ่อเหมือนกัน...ว่าเมื่อไรมันจะหมดคาบฟร่ะ

2. การไม่ชอบ  มีผลกับการจะเรียนจบมั๊ย  ผมไม่ขอบชีววิทยา  ชอบฟิสิกส์  ผมจะเรียนได้มั๊ย   หรือควรจะไปเรียนวิศวะ
ถ้าน้องไม่ถึงกะชีวิตนี้ผมจะไม่อ่านหนังสือทางการแพทย์เลย มันคงจบแหละนะๆ
แต่พี่ไม่ค่อยเห็นด้วยกะการสรุปว่า ชอบชีวะ เรียนหมอ ชอบฟิสิกส์ เรียนวิศวะ มันเป็นแค่แนวโน้มเองอ่ะ
เพราะ ชีวะกับฟิสิกส์ที่เรียนตอน ม.ปลาย เป็นภาพใหญ่ๆ ของวิชานั้น
อีกอย่าง หลังๆ จะมีเทรนด์ประเภทเรียนปีหนึ่งจบแล้วก็บอกว่า ผมไม่เหมากะคณะนี้ โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วย
เพราะ ปีหนึ่งเรียนวิชาทั่วๆไป (basic sci) มันก็คล้ายๆกัน เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ
แล้วเราจะเอาฟิสิกส์ เคมีไปตัดสินได้ไงฟร่ะว่า เราไม่เหมาะกะวิศวะ ไม่เหมาะกะหมอ เพราะ ฟิสิกส์ เป็นแค่ subset ของวิศวะ, ชีวะ ก็เป็นแค่ subset ของหมอ
อีกอย่าง เอาเข้าจริงการเรียนรู้เนี่ย มันเป็นสหสาขาด้วยอ่ะ ดังนั้นกว่าจะรู้ตัวเองน่าจะตอนปีสูงๆมากกว่า เพราะ ได้เรียนวิชาชีพ + ได้ลองฝึกประสบการณ์ในสาขานั้นๆ

3. ไม่ชอบ แค่ก็อยากเรียน อยากเป็นหมอเหมือนกัน  แบบว่าตามเพื่อน ตามกะแส  แล้วเพื่อนก็มีอัธยาศัยที่ดี  วิศวะก็ไม่ถึงกับชอบแต่เรียนฟิสิกส์ได้ดี  เห็นว่าวิศวะตกงานอะคับ
เหมือนกะว่าน้องอยากเรียนหมอเพราะ(น่าจะ)มีความมั่นคงในอาชีพมากกว่าอาชีพอื่นใช่มะ ?
คิดงั้นก็ไม่ผิดนะ เพราะ ภาพในอีก 20 ปีข้างหน้าของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน
บางคนต้องการความมั่นคงในชีวิตให้กับตัวเอง พ่อแม่ ครอบครัว
บางคนต้องการความสุข ซึ่งความสุขอาจจะได้จากเงิน, การทำงาน, คนรอบตัว
ทั้งนี้ขึ้นกะว่าน้องวาดภาพตัวเองไว้ในอีก 20 ปีข้างหน้าอย่างไร

แต่อย่างที่เรพของ doctorpuchong บอกอ่ะน้อง
ในความเป็นจริง อีกหลากหลายอาชีพในสังคมก็ตอบโจทย์เรื่องความมั่นคงในชีวิตได้นะ
มันจะดีมากถ้าน้องสามารถเลือกอาชีพที่สมดุล เช่น ให้ความมั่นคงได้ในระดับหนึ่งและน้องทำแล้วมีความสุขอ่ะนะ

4. การมีทัศนคติที่ไม่ดีกับอาชีพหมอ แบบลบ  มันต้องเปลี่ยนทัศนคติใช่มั๊ยคับ  เพราะเราจะต้องอยู่กับมัน  ผมจะมีทางเปลี่ยนทัศนคติที่ดีกับอาชีพหมอได้มั๊ยคับ  แบบว่าเพราะเราผูกพันกับเพื่อน ๆ  กับ ร.พ. คนไข้  อาจารย์ใหญ่  หรือรักษาคนไข้หายแล้วคนไข้ก็มาขอบคุณเรา  ทำให้เรามีกำลังใจ เห็นคนเองมีคุณค่า  อยากเป็นหมอที่ดี  และในที่สุดก็อาจจะรักอาชีพนี้  หรือไม่ถึงกับรักแต่ก็ไม่คิดจะเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น ๆ แบบที่ทีแรกคิดไว้ตอนอยู่ปี 1

พี่ไม่แน่ใจว่าทัศนคติแง่ลบกะอาชีพนี้ของน้องคืออะไร ... ไม่ชอบอาชีพนี้เลย ไม่ชอบบุคคลในอาชีพนี้ ?
นอกจากนี้ต้องดูระดับความรุนแรงอีกป่ะว่า ... แค้นฝังหุ่น ไม่รักแต่ก็ไม่เกลียด ?
แต่ถ้าไม่ชอบแต่ก็ไม่รัก เพราะยังไม่ได้สัมผัส พี่แอบคิดว่า ถ้าเข้ามาเรียนได้สัมผัสกะอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น น้อง(น่า)จะมี positive attitude มากขึ้นนะ
อย่างพี่ตอนก่อนเข้าก็ ไม่รักแต่ก็ไม่เกลียด เข้ามาก็ ok มากขึ้นนะๆ

5. ทราบว่ามีรุ่นพี่ต้องเรียกสอบสัมภาษณ์ครั้งที่ 2  อาจารย์ไม่แนใจ  สรุปว่าสุขภาพจิตไม่มีผลกับการเรียนให้จบ  สามารถวัดได้ขนาดนั้นเลยหรือคับ  และหากเป็นผม  ผมควรจะเรียนมั๊ย  หรือสละสิทธิ์ไปเลยดีก่า

เรื่องนี้พี่ไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าน้องไม่มีปัญหาทางจิตรุนแรงมันคงไม่เป็นไรป่ะ
พี่ไม่คิดว่าทุกคนที่เข้ามาเรียนในคณะนี้จะ ฉันอยากเป็นหมอจากก้นบึ้งของหัวใจ
บางคนอาจจะอยากเป็น บางคนเฉยๆ บางคนไม่ยาก แต่ทุกคนก็เข้ามาเรียนนะ
และเมื่อต้องเข้ามาเรียนแล้ว "เมื่อไม่ได้เรียนในสิ่งที่รัก ก็จงรักในสิ่งที่เรียน" นะๆ

 :)

  • คนเชือดแกะ
  • 34
    • http://mathkanok.multiply.com
บางคนที่อยากเรียนหมอ แต่พอเรียนๆไป ไม่อยากเป็นหมอก็มีนะครับ

เพราะฉะนั้นตัดสินใจให้ดีๆนะครับน้อง อนาคตของตัวเองทั้งชีวิตเลยนะ
แต่สำหรับพี่ พี่ว่าลองบวกลบคูณหาร "สิ่งที่ชอบทำ" กับ "สิ่งที่ต้องทำ" ให้ดีก่อน
ส่วนการแนะนำพี่ๆกับอาจารย์ด้านบนก็แนะไปเยอะแล้ว

ตัดสินใจดีๆ แล้วมุ่งหน้าฝ่าฝันมันไป  8)

  • คนรีดนมแกะ
  • 48
  • นี่ หรือ?
พอน้องเข้ามาโพส แล้วแอบรู้สึกนึกย้อนกลับไปถึงตัวเองเมื่อตอนนั้น

เหตุผลที่พี่เลือกเรียนหมอ คงคล้ายๆกับของน้องนะ...

คิดว่าอาชีพนี้มั่นคง (น่าจะดูแลพ่อแม่เราได้)

ถามว่าชอบไหม คงตอบว่าไม่

ถามว่าอยากเรียนไร คงตอบว่าวิศวะ ฮ๋าๆ

แต่ตอนนี้ละ พี่ก็เลือกแล้วอะ...


ถ้าถามว่ารู้สึกยังไงบ้างตอนนี้... ตอนนี้พี่กำลังเรียนปี 4

ก็ไม่ถึงกับชอบมากในตอนนี้ ถามว่าเกลีัยดไหมก็ไม่แล้วนะ

อยากเรียนไหมตอนนี้...แอบไม่ค่อยอะ

คิดนะว่าถ้าย้อนไปได้คงไม่เลือกเรียน แต่เราก็เป็นคงเลือกเอง

สิ่งที่พี่ไม่ชอบเพราะ มัน...จำเยอะอะ เรียนก็หนักอยู่บ้าง แต่สิ่งที่คิดว่าตัวเองน่าจะเป็นหมอได้คือ

คิดว่าตัวเองชอบช่วยเหลือคน ตัวเองเป็นคนที่มีความเสียสละ แต่ขาดอย่างเดียว...มันจำไม่ได้เหะไอ้ที่เรียนหนะ

รู้สึกว่าแสดงความคิดเห็นแบบนี้ เหมือนจะเป็นการตัดทอนกำลังใจน้อง




แต่สุดท้ายแล้ว... ทุกอย่าง มันอยู่ที่ตัวน้อง น้องเป็นคนเลือก  เพราะพี่ก็สับสนแบบน้อง ขอคำปรึกษาจากคนมากมายเช่นกัน

และนี่ก็คือสิ่งที่พี่เลือก น้องคงจะเป็นคนที่ต้องตัดสินอะไรเองเนอะ

สู้ๆ พยายามเข้า

แต่ถ้าน้องเลือกที่จะมาเรียนหมอแล้ว พี่ก็ขอบอกว่า น้องทำได้แน่นอน ^^




ปล. น้องจอร์จเขียนได้ดี ชอบนะ

และ สุดท้าย ชอบกับคำขอน้องไปป์ 

"เมื่อไม่ได้เรียนในสิ่งที่รัก ก็จงรักในสิ่งที่เรียน" (พี่จะพยายามคิดให้ได้นะ ฮ่าๆ)

แบงค์

ขอบคุณพี่หมอสำหรับทุกความคิดเห็นที่มีคุณค่าคับ  ผมขอให้ข้อมูลเพิ่มเติม  โดยเฉพาะ อยากให้ doctorpuchong  และพี่หมอ pipe MDCU 64  ได้ตอบให้ผมอีกคับ  กับข้อมูลที่ผมจะให้เพิ่มเติมคับ  หรือพี่หมอในชั้นปีสูง ๆ  หรือที่จบและทำงานแล้ว

ทัศนคติในแง่ลบ  สาเหตที่ทำให้ผมไม่ชอบอาชีพหมอคือ  หมอเรียนหนัก  ทำงานหนัก 
สิ่งที่ดีของอาชีพหมอ  หากผมจะเลือกเรียนคือ      อาชีพมั่นคง  เรียนจบหมอเท่ากับประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว  และเร็วกว่าอาชีพอื่น ไม่ตกงาน   อยากไดรับคำตอบว่าถ้าผมคิดแบบนี้คิดถูกต้องมั๊ยคับ

เดิมที่ผมก็ว่าจะเรียนวิศวะ แต่เพื่อนในห้องส่วนใหญ่จะเรียนต่อหมอกัน  และผมก็เห็นคุณพ่อผมซึ่งจบวิศวะ จุฬา  ก็ดูเหมือนไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าที่ผมอยากจะเป็น  ปัจจุบันนี้คุณพ่อทำธุรกิจส่วนตัวกับเพื่อนเงินเดือนได้เดือนเว้นเดือน หรือหลายๆ เดือนจะได้ครั้งนึง และไม่คิดจะลงทุนทำอะไร  เพราะการทำธุรกิจต้องใช้เงินทุน ขณะนี้ครอบครัวมีรายได้จากคุณแม่คนเดียวทำงานรัฐวิสาหกิจซึ่งมีรายได้ไม่มากคับ  เท่ากับตอนนี้เรามีฐานะจนเหมือนกันคับ แต่โชคดีไม่มีหนี้สิน  นี่ก็เป็นสาเหตุทำให้ผมลังเล  ไม่แน่ใจในการที่จะเลือกเรียนคับ

และถ้าผมจะเรียนหมอผมก็รู้สึกมีเงื่อนไข เช่น  อยากอยู่หอพักดี ๆ คนเดียวเพราะจะได้ไม่เหนื่อยมาก  ไม่เสียเวลาเดืนทาง  หรืออยู่คอนโดดีๆ ใกล้คณะเพื่อผมจะได้มีแรงจูงใจเรียนคิดประมาณนี้นะคับ ถ้าจะเรียนหมอก็อยากได้แบบนี้  ในความคิดพี่ ๆ หมอคิดเห็นอย่างไรคับ 

ถ้าเรียนวิศวะ อยากได้อาชีพมั่นคงก็คงต้องไปทำงานรัฐวิสาหกิจ ราชการ ซึ่งเงินเดือนน้อยคับ  อายุเท่าไรจะตั้งตัวมีทุกอย่างให้ครอบครัวได้อย่างมีความสุขคับ  และต้องเลี้ยงดูพ่อแม่อีกคับ

มีพี่ระหัสเรียนหมอขึ้นปี 2  ตอนปีหนึ่งที่จบได้เกรด 2.7   ซึ่งทราบมาว่าตอนต้ดสินใจก็ไม่ชอบเรียนหมอ  ผลการเรียนบอกได้มั๊ยคับว่านี่คือผลของการไม่ขอบเรียนหมอ  อย่างนี้ถ้าขึ้นไปเรียนปี 2 3  พี่เค้าจะได้เกรดเหลือเท่าไหร่  เพราะเรียนยากขึ้นอีก

ขอบคุณสำหรับพี่หมอ ๆ ที่เข้ามาตอบคับ

  • คนรีดนมแกะ
  • 48
  • นี่ หรือ?
ตอบอย่างอื่นไม่ได้เหะ ขอมาตอบเรื่องเกรดละกัน

มีพี่ระหัสเรียนหมอขึ้นปี 2  ตอนปีหนึ่งที่จบได้เกรด 2.7   ซึ่งทราบมาว่าตอนต้ดสินใจก็ไม่ชอบเรียนหมอ  ผลการเรียนบอกได้มั๊ยคับว่านี่คือผลของการไม่ขอบเรียนหมอ  อย่างนี้ถ้าขึ้นไปเรียนปี 2 3  พี่เค้าจะได้เกรดเหลือเท่าไหร่  เพราะเรียนยากขึ้นอีก


เกรดไม่สามารถตัดสินได้หรอกครับว่าชอบ หรือ ไม่ชอบ คนที่ชอบบางคนได้เกรดไม่ดีมาก (แต่ก็ไม่ถึงกับรึไทร์นะ) บางคนไม่ชอบแต่เก่ง เกรดนี่แทบจะทะลุ4 ก็มี ฮ่าๆ มันใช้ในการตัดสินไม่ได้หรอกครับ

แล้วพี่ไม่แน่ใจว่าพี่รหัสของน้อง เรียนที่จุฬา หรือเปล่า

คือยิ่งเรียนที่จุฬาฯ นะ พี่รุ้สึกว่า เกรดปีหนึ่งนี่แทบจะเอามาตัดสินชะตาชีวิตเราไมไ่ด้เลย (ยกเว้นเกรดห่วยจนต้องไทร์ออก) เพราะว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ มันแอบไม่ค่อยใกล้เคียงกับเนื้อหาในปี สอง และ สามนะ...

อืมพี่จะบอกว่า เกรดปีหนึ่ง พี่ห่วยอะ... แต่ก็ได้เกรดปีสองและปีสามดีกว่าตอนปีหนึ่งนะ 55+ นั่นหละ

เอาเป็นว่า เกรดอะมันตัดสินไรไม่ได้หรอก

  • แกะน้อย
  • 0
พี่คิดว่าคนที่ไม่ชอบหมอก็เรียนได้ จบเป็นหมอได้ครับ เพราะแต่ในท้ายที่สุดคนๆนั้นก็อาจชอบในอาชีพหมอขึ้นมาก็ได้หรืออาจทรมาณนั่งถามตัวเองตลอดว่าคิดผิดหรือเปล่าทำไมเราถึงเลือกทำงานหนักขนาดนี้เพราะน้องต้องทนอยู่กับมันไปทั้งชีวิต ในอนาคตคงบอกอะไรไม่ได้แน่นอน

ถ้าคิดจะเรียนหมอน้องคงต้องถามตัวเองว่าทนได้หรือเปล่า กับความหนักของการเรียนและการทำงานในอนาคต เช่น อยู่เวรไม่ได้นอนแล้วต้องตื่นมาเรียนหรือตรวจคนไข้วันละ 100-200 คน หรือความรู้สึกกดดันที่เราต้องรับผิดชอบชีวิตของคนหนึ่งคนหรือหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือมีความสุขไหมที่ได้ช่วยเหลือคนอื่นให้พ้นจากความทรมาณ เป็นต้น
ถ้าทนได้ก็เรียนได้ ส่วนเรื่อเกรดดีไม่ดีอยู่ที่ตัวเองแหละครับ ทำให้ดีที่สุดเป็นพอ อย่าไปเทียบกับของคนอื่นๆ เพราะคณะแพทย์คือที่รวมคนเก่งๆจากทั่วประเทศ สิ่งสำคัญคือความรับผิดชอบต่อตัวเองและการทำงานมากกว่า

แต่สงสัยเงื่อนไขของน้องนิดนึงว่าถ้าเรียนหมอต้องอยู่คอนโดหรือหอพักดีๆ แสดงว่าถ้าเรียนอย่างอื่นนี่ไม่ต้องก็ได้ ใช่หรือเปล่า