Docchula Community

** วิธีรับนิสิตใหม่ของคณะแพทย์ จุฬาฯ ** + การเรียนตลอด 6 ปี + FAQs

  • เทพเลี้ยงแกะ
  • 604
สวัสดีครับ

         เนื่องจากมีน้องๆมัธยมศึกษาตอนปลาย และผู้ปกครอง ตลอดจนผู้ที่สนใจจำนวนมาก ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต
นับว่าเป็นโอกาสดีที่ทางสโมรสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯได้มีบอร์ด docchula และมีบอร์ดย่อย  "แนะนำการศึกษาต่อคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ"
เพื่อประชาสัมพันธ์ถึง
         1. วิธีการรับสมัครนิสิตของทางคณะผ่าน กสพท., CPIRD, ODOD, โอลิมปิคชีววิทยา อย่างไรก็ดีประกาศในนี้ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้
เนื่องจาก ประกาศที่เป็นทางการ 100% จะต้องมาจาก www.md.chula.ac.th หรือ เว็บไซต์อื่นที่เกี่ยวข้อง เท่านั้น
         2. หลักสูตรตลอด 6 ปีโดยภาพรวมว่านิสิตจะได้เรียนอะไรบ้าง มีจุดแข็งของหลักสูตรอย่างไร โดยคร่าวๆ
         3. เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจเข้าศึกษาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

         นอกจากนี้เนื้อหาในกระทู้นี้จะรวบรวมจากจากคำถามที่ถูกถามบ่อย เช่น

                 - สอบเข้า ต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง เน้นอะไรเป็นพิเศษ
                 - แพทย์เรียนหนักมั้ย มีเวลาพักผ่อนกะเค้าบ้างมั้ยเนี่ย
                 - เรียนกัน 6 ปี นานเชียว เค้าเรียนไรกันบ้าง
                 - อยากเลือกเฉพาะทาง ต้องเลือกเลยมั้ย ทำไง

         สำหรับข้อสงสัย คำถามอื่นๆ สามารถตั้งกระทู้ใหม่ หรือโพสไว้ในกระทู้นี้ได้เลยครับแล้วจะมีพี่ๆ นิสิตแพทย์ มาคอยตอบนะครับ


                                                                                                                                        ทีมงาน docchula
« Last Edit: May 18, 2010, 11:24:45 pm by Pipe »

  • เทพเลี้ยงแกะ
  • 604
1. การเข้ามาเป็นครอบครัว แพทย์ จุฬา


น้องๆสามารถเข้ามาเป็น นิสิตแพทย์ ได้โดยการสอบ ซึ่งแบ่งเป็น

1. ระบบ กสพท. (Ad กลาง) น้องจะต้องสอบ
    - ความถนัดแพทย์ 30%
    - วิชาสามัญ 70% (วิทยาศาสตร์ 28% คณิตศาสตร์ 14% ภาษาอังกฤษ 14% ภาษาไทย 7% สังคมศึกษา 7%)
      โดยแต่ละวิชาต้องได้เกิน 30 คะแนนจาก 100 คะแนน
    - ONET ต้องมีคะแนนรวมมากกว่า 60% (ไม่นำมาคิดคะแนน แต่ต้องผ่านเกณฑ์นี้)
    - ไม่จำกัดเกรดเฉลี่ย ไม่จำกัดสายการเรียน

    * อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ กสพท. http://www9.si.mahidol.ac.th/

2. โครงการโอลิมปิควิชาการ / CPIRD / ODOD น้องจะต้องสอบ
    - GAT 30%
    - PAT 1 (เลข) ครั้งที่ 3 20%
    - PAT 2 (วิทย์) ครั้งที่ 3 40%            
    - ความถนัดทางการแพทย์ (เฉพาะพาร์ทจริยธรรม) 10%
    - ไม่จำกัดเกรดเฉลี่ย
    - รับเฉพาะนักเรียนชั้น ม.6

    * อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของฝ่ายวิชาการ คณะแพทย์ http://acad.md.chula.ac.th/

3. โอลิมปิคชีววิทยา คือ สอวน. สสวท. หรืออะไร ?
    - เป็นนักเรียนที่สอบแข่งขันรอบที่ 2 ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าอบรมครั้งที่ 1 (ชีววิทยา) ในการคัดเลือกของ สสวท.
    - การเรียนตั้งแต่ปี 1 ถึง 6 เรียนที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ
 
4. What is CPIRD & ODOD ?

อ่านเพิ่มเติมที่ http://forum.docchula.com/index.php/topic,6739.0.html นะครับ
« Last Edit: June 27, 2012, 09:23:00 pm by ไปป์ #5 »

  • เทพเลี้ยงแกะ
  • 604
3. วิชาที่เรียนของแต่ละชั้นปี / ลักษณะการเรียน

1. การเรียนคณะแพทย์ ทุกสถาบันจะต้องเรียนทั้งสิ้น 6 ปีนะครับ
    โดยจะแบ่งออกเป็น 2 section ใหญ่ๆ คือ    
    ช่วงชั้น pre clinic ได้แก่ ปี 1 2 และ 3
    ช่วงชั้น clinic ได้แก่ ปี 4 5 และ 6 (น้องจะได้เจอผู้ป่วยในชั้น clinic นะ)

    ซึ่งเมื่อจบมาไม่ว่าที่ไหน จะเป็นแพทย์ที่ดีได้เหมือนกัน แต่ระหว่างการเรียนอาจจะต่างตรงวิชา หรือ วอร์ดที่จะผ่านก่อนหลัง เท่านั้นเอง
    โดยที่พี่จะเล่าต่อไปข้างล่างเป็นของที่จุฬาฯนะครับ

2.คำศัพท์ที่น้องๆมักสงสัยกัน คือ
    - extern คือ นิสิตชั้นปีที่ 6
    - intern คือ แพทย์ใช้ทุน (หลังจบปี 6 แล้วนั่นเอง)
    - ward คือ ที่ที่ผู้ป่วยพักอยู่ (ผู้ป่วยใน)
    - round คือ การปฏิบัติงานบน ward

3. ปี 1 เรียนอะไรบ้าง
    - ภาษาอังกฤษ เช่น Experimental English 1+2 (อังกฤษมหาวิทยาลัย) English for Medical Professional 1+2 (เนื้อหาจะเกี่ยวกับแพทย์นิดนึง)
    - Physics for Medical Students (จะเรียนฟิสิกส์แค่บางบท โดยเน้นไปที่การประยุกต์เข้ากับเนื้อหาทางการแพทย์)
    - Chemistry for Medical Students (จะเรียนทั้ง gen chem และ organic chem เนื้อหาแอบเยอะพอควร) +Lab
    - Doctor and society (เรื่องเกี่ยวกับแพทย์ทั่วๆไป เช่น การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic approach), ประวัติทางการแพทย์
    - Cell Biology for Medical Students (จะเป็นเนื้อหาคล้ายๆกับชีวะ ม.ปลาย แต่ละเอียดลึกขึ้น และเสริมเนื้อหาบางอย่างที่จะใช้ในปีต่อๆไป)
    - วิชาเลือกทั่วไปอีก 18 หน่วยกิต จากหลายหลายหมวด หลากหลายคณะ ซึ่งสามารถเลือกเรียนได้ตามความต้องการของน้อง

4. ปี 2 เรียนอะไรบ้าง
    - ปีนี้น้องจะเน้นเรียนเกี่ยวกับร่างกายที่ปกติของคนเรา
    - น้องจะได้ผ่ากรอส (เรียนกับอาจารย์ใหญ่)
    - ที่คณะจะเรียนเป็นระบบ block (การเรียนรู้เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันไปพร้อมๆกัน) เช่น น้องเรียนระบบทางเดินอาหาร
      ก็จะเรียนว่ามันอยู่ที่ไหน (anatomy) ทำงานยังไง (physiology) และเสริมด้วยการนำไปประยุกต์ใช้ (clinical correlation) เป็นต้น
   -  วิชาอื่นๆ เช่น Metabolism and Nutrition (เมแทบอลิสมและโภชนาการ), Neuroscience (ประสาทศาสตร์) เป็นต้น

5. ปี 3 เรียนอะไรบ้าง
   - ปีนี้เราจะเน้นไปที่ร่างกายที่ผิดปกติ (หลังจากที่เราเรียนร่างกายที่ปกติว่ามันเป็นยังไงในปี 2 ไปแล้ว)
   - วิชาที่เราจะเรียนก็จะมีมากมาย (ก็ปีหน้าจะต้องไปตรวจคนไข้แล้วหนิ) ตัวอย่างเช่น
      Immunology (หลักภูมิคุ้มกันวิทยา), Microbiology and Parasitology, Pathology (หลักพยาธิวิทยา), Pharmacology (หลักเภสัชวิทยา)
   - ปีนี้น้องจะได้ตื่นเต้นกับการเรียนแบบ PBL (Problem based learning) มันคืออะไร ?
     พี่ขออธิบายง่ายๆ ละกัน เช่น จะมีสถานการณ์ให้น้องว่า  ถ้ามีคนไข้มาด้วยอาการอย่างนี้ คิดว่าเค้าเป็นโรคอะไร ควรรักษายังไง
     โดยน้องจะได้หาข้อมูลด้วยตัวเองว่า อาการนั้นสื่อถึงโรคอะไร อาการแทรกซ้อน การรักษา ฯลฯ เพื่อเตรียมความพร้อมให้น้องก่อนขึ้นวอร์ดนั่นเอง

6. ชั้น clinic เรียนอะไรบ้าง

    พี่ขออธิบายรวมๆละกันนะครับ
    - น้องจะได้ใช้ stethoscope (หูฟังของหมออ่า) และตรวจคนไข้ตั้งแต่ปี 4 โดยผ่านวอร์ดต่างๆ เช่น สูติ /ศัลย์ /อายุรศาสตร์ /กุมาร เป็นต้น
    - ปี 6 จะต้องผ่านใหม่ทุกวอร์ด รวมถึงออกชุมชนด้วย ซึ่งน้องต้องฝึกจำ dose ยาที่จะใช้ และทำ(ให้ได้)ทุกอย่าง เพราะ จะจบไปเป็นหมอแล้วหนิ
    - ชั้น clinic จะเรียนกันอย่างเมามัน คุ้มค่าหน่วยกิต
      1. เปิดเทอมก่อนคณะอื่น :: ปี 4 จะเปิดเทอมประมาณ ต้นๆ พ.ค. (คณะอื่นเปิด ต้นๆ มิ.ย.) ซึ่งปี 5 เปิดก่อนปี 4 และ ปี 6 เปิดก่อนปี 5
      2.ตอนเช้าและเย็น น้องจะต้องมาราวด์วอร์ด ทุกจันทร์-ศุกร์ บางทีแถมเสาร์ อาทิตย์ด้วย
         ตอนสายๆและบ่ายๆ ไปเรียนบรรยาย ฝึกทำหัตถการ
         ตอนกลางคืน (ถ้าโชคดี) ปี 4 5 อยู่เวรเที่ยงคืน ปี 6 อยู่เวรถึงเช้า ซึ่งวันรุ่นขึ้งก็จะเรียนตามปกติ ไม่เกี่ยวว่าอยู่เวรแล้ววันรุ่งขึ้นหยุดพักผ่อน - -"

    ** รายละเอียดชั้นคลินิคอื่นๆ ลองโพสทิ้งไว้ (ถ้าสงสัย) แล้วจะมีพี่ๆคลินิคมาตอบให้ครับ = =
« Last Edit: May 18, 2010, 11:27:01 pm by Pipe »

  • เทพเลี้ยงแกะ
  • 604
4. การเลือกเรียนต่อเฉพาะทาง

เมื่อน้องเรียนจบหกปี (แพทยศาสตร์บัณฑิต) น้องจะเป็น แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป (GP; General practitioner)
ทำการรักษาได้หลากหลายที่จำเป็น และไม่ซับซ้อนเกินไปนัก
แต่ถ้าใครอยากลงลึกไปอีก ก็จะต้องกลับมาเรียนต่อเฉพาะทาง โดยมักสมัครกันหลังใช้ทุน
(3 ปี สำหรับ กสพท., CPIRD หรือ >3ปี ODOD หรือ < 3 ปี ในบางสาขา, ใช้ทุนสามจังหวัดชายแดนใต้)
ซึ่งรายละเอียดพวกนี้ค่อนข้างละเอียดเกินไป คิดว่าน้องค่อยมาลงลึกกันอีกทีตอนเรียนปีสูงๆ ละกันนะ

* ทั้ง กสพท. / โอลิมปิค / CPIRD / ODOD สามารถเรียนต่อเฉพาะทางได้ครับ

5. การใช้ทุน
http://imd.moph.go.th/work/2551/announce_doclot.pdf   --- พื้นที่ที่จัดสรร
http://imd.moph.go.th/work/2551/lead51.pdf                 ---- ใช้ทุน 3 จังหวัดชายแดนใต้

6. การผ่อนผันทหารของ นิสิต / นศ. แพทย์

1. ใครที่เรียน รด.ครบ 3 ปีแล้ว ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร ให้นำปลด (ได้ใบดำ) เลย
    * ข้อนี้เป็นสิทธิสำหรับชายไทยทุกคนอยู่แล้ว

2. ใครที่เรียน รด.จบปี 1 หรือ 2 ก็ได้ และ สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต จะได้รับการยกเว้นเหมือนข้อ 1.
    
3. ใครที่ไม่เข้าข้อ 1. หรือ 2. ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร โดยหากจับได้ใบแดง จะต้องเข้ารับการฝึก 8 - 10 สัปดาห์ แล้วก็จะออกมาทำงานตามปกติได้
    
* สิทธิข้อ 2. และ 3. นี้สำหรับผู้สำเร็จหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตด้วยทุนรัฐบาล (ไม่รวม มหาวิทยาลัยรังสิต) เท่านั้น


* อ้างอิง http://imd.moph.go.th/work/index.php
   http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=43BE175B7CUGUD6QC8F76RUH[WHMMT

* อ้างอิง พรบ.เกณฑ์ทหาร พุทธศักราช 2497
« Last Edit: November 19, 2010, 08:34:10 pm by ไปป์ »

  • เจ้าของฟาร์มแกะ
  • 54
อยากทราบว่าเวลาพวกพี่ๆ
ไปตรวจคนไข้หรือเด็ก
คนพวกนี้กลัวพวกพี่ไหมค่ะ
เพราะพวกพี่เป็นมือใหม่  ;D

ก็ต้องมีเทคนิคเล็กน้อยทำราวกับว่าเราเป็นผู้เชี่ยวชาญ  ;D

พูดมากไม่ได้ เอาไว้รอน้องๆมาสัมผัสเองแล้วกันนะ ::)
I N T E R N ตั ว เ ล็ ก ๆ

  • เทพเลี้ยงแกะ
  • 35
  • cogito ergo sum
;)
    อยากถามว่า Physics for Medical student เนี้ยต้องเตรียมตัวอย่างไร และเมื่อเข้ามาเรียนแล้วจะมีรุ่นพี่คนไหนคอยแนะนำได้บ้าง
วิชานี้เป็นวิชาที่น่าเรียนที่สุดของปี 1 เลยน้า  :) (ถ้าไม่นับวิชาเลือก)

การเตรียมตัวก็ไม่ต้องมีอะไรมาก ขอแค่ให้น้องทบทวนฟิสิกส์ ม.ปลาย มาให้ดีก็เพียงพอแล้ว

  • Knight of Fourteen
  • เทพปราบแกะ
  • 74
;)
    อยากถามว่า Physics for Medical student เนี้ยต้องเตรียมตัวอย่างไร และเมื่อเข้ามาเรียนแล้วจะมีรุ่นพี่คนไหนคอยแนะนำได้บ้าง

ลักษณะเนื้อหา
- วิชานี้ 2 หน่วยกิต เรียน 2 ชั่วโมง (จัน 13-15)
- เป็นบรรยายล้วนๆ เรียนฟิสิกส์แบบไม่ใช้ calculus (ประหนึ่งว่าต่อยอดจาก ม.ปลาย นิดเดียว)
- ไม่มีหนังสือประกอบ ต้องอาศัยการฟังในห้องเอา
- ไว้น้องรอดูจาก ฮอนด้า แอคคอร์ด เอาละกัน 55+

จริงหรอฟะ เราเรียนคอร์สเดียวกันป่ะเนี่ย 555+

ฟิสิกส์ตอนเรียนมีแคลคูลัสนะ ตอนสอบก็มีเหอะ (เขียนฮอนด้าแอคคอร์ดมากะมือ) แต่ไม่ยาก ~ ~

  • เทพเลี้ยงแกะ
  • 64
ตอนที่พี่ๆเรียนanatomyนี่เรียนกันยังไงเหรอคะ :-* เพราะหนูเคยไปดูท่านอาจารย์ใหญ่มาครั้งนึง :P
รู้สึกว่าแค่เรียนกล้ามเนื้ออย่างเดียวก็มีหลายชั้นและก็เกาะตำแหน่งต่างกันแล้วก็ดูเยอะแล้วอะค่ะ :P ตรงฝ่ามือ ฝ่าเท้านี่พี่ๆรู้จัก+จำได้ทุกมัดเลยเหรอคะ :P เห็นแล้วรู้สึกท้อใจ :-X


ก็อย่างที่น้องว่าแหละครับ
วันแรกที่เรียน ก็กล้ามเนื้อแค่ไม่ถึง 10 มัด
ต่อมามันจะงอกเพิ่มเป็นต้องจำ 19 มัด ให้ได้ใน 1 ชม.

นอกจากกล้ามเนื้อ แล้วยังมี เส้นประสาท เส้นเลือดแดง เส้นเลือดดำ อีกนะครับ
ก็ท่องกันไป โยงกันไป

กว่าจะถึงวันนั้น น้องก็ปรับสมองเข้าสู่คณะได้แล้วละมังคับ

  • เจ้าของฟาร์มแกะ
  • 54
ตอนที่พี่ๆเรียนanatomyนี่เรียนกันยังไงเหรอคะ :-* เพราะหนูเคยไปดูท่านอาจารย์ใหญ่มาครั้งนึง :P
รู้สึกว่าแค่เรียนกล้ามเนื้ออย่างเดียวก็มีหลายชั้นและก็เกาะตำแหน่งต่างกันแล้วก็ดูเยอะแล้วอะค่ะ :P ตรงฝ่ามือ ฝ่าเท้านี่พี่ๆรู้จัก+จำได้ทุกมัดเลยเหรอคะ :P เห็นแล้วรู้สึกท้อใจ :-X

เห็นกันบ่อยๆ ทุกวัน ล้วง แคะ แกะ เกา มากับมือ

เดี๋ยวมันก้จำได้เองแล


กว่าจะถึงวันนั้น น้องก็คงเข้าใจระบบการเรียนการสอนคณะเราตั้งแต่ cell bio แล้วแล
I N T E R N ตั ว เ ล็ ก ๆ

  • เทพเลี้ยงแกะ
  • 64
Re: ครอบครัว แพทย์ จุฬาฯ
« Reply #9 on: June 07, 2009, 09:05:57 am »
พี่ค่ะ
คือหนูเห็นระเบียบการคร่าวๆที่จะรับตรงปีนี้
เค้าเขียนว่ารับสมัครวันที่ 1-15 สิงหา 52
นี่คือแน่นอนแล้วใช่มั้ยค่ะ?

เลื่อนหน่อยไม่ได้หรอพี่..
แบบว่าชีวะรอบพิเศษเค้าประกาศผลสอบวันที่ 28 สิงหาอ่ะ
^^"
 :-*

เอ้อ พี่ๆไม่ได้ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับนิสิตใหม่ของคณะครับ
ถ้าอยากติดต่อสอบถามอะไรเกี่ยวกับการรับสมัคร ก็คงต้องติดต่อไปที่ฝ่ายวิชาการของคณะครับ

ตึกอานันทมหิดลชั้น 4 เวลาราชการ

=]

Re: ครอบครัว แพทย์ จุฬาฯ
« Reply #10 on: June 07, 2009, 08:43:41 pm »
พี่ค่ะ...
แต่ว่าหนูไม่ได้อยู่ กทม อ่ะค่ะ
แล้วหนูจะสอบถามได้จากที่ไหนนอกจากตึกอานันทมหิดลชั้น 4 เวลาราชการ

คือว่าอยากเข้าแพทย์จุฬามากๆ  8)
^^"
รบกวนพี่ๆช่วยตอบด้วยนะค่ะ
ขอบคุนค่ะ
 :-*

  • เทพเลี้ยงแกะ
  • 64
Re: ครอบครัว แพทย์ จุฬาฯ
« Reply #11 on: June 07, 2009, 10:31:37 pm »
เมื่อน้องอยากติดต่อราชการ และน้องไม่สามารถไปติดต่อด้วยตัวเองได้ น้องจะติดต่อทางไหนครับ??
ทางโทรศัพท์/เว็บบอร์ด/จดหมาย
พี่แนะนำทางโทรศัพท์นะครับ

แล้วติดต่อราชการควรติดต่อเวลาไหนครับ

เวลาราชการสิครับ
นั่นคือเวลาประมาณ 8.00-16.00

ปัญหาคือเบอร์โทร. ใช่ไหมครับ
งั้นลองค้นหาในอินเตอร์เน็ต/ในสมุดโทรศัพท์ดูดีไหม

พี่ก็เลยเข้าไปที่เว็บของคณะนะ www.md.chula.ac.th
เข้าหน้าภาษาไทย www.md.chula.ac.th/th
แล้วเข้ามาที่ลิงก์ฝ่ายวิชาการ
http://www.md.chula.ac.th/acad/

ลองเข้าไปดูครับ
เว็บราชการส่วนมาก จะเขียนช่องทางการติดต่อเอาไว้ข้างในแล้วครับ

=]

Re: ครอบครัว แพทย์ จุฬาฯ
« Reply #12 on: June 07, 2009, 10:46:06 pm »
ขอบคุณมากนะค่ะ
 :)

  • นายกสภาแกะ
  • 0
Re: ครอบครัว แพทย์ จุฬาฯ
« Reply #13 on: June 28, 2009, 10:09:47 pm »
พยายามเข้านะ

ปีนี้รับตรงเร็วมากอ่า อิจฉา :)

  • เด็กเลี้ยงแกะ
  • 7
  • ราชาอุนจิร่า
Re: ครอบครัว แพทย์ จุฬาฯ
« Reply #14 on: June 28, 2009, 10:12:52 pm »
ถ้าน้องๆติดแล้ว ก็จะมีเวลาลั่นล้านาน

พยายามเข้านะครับ รุ่น 66